Uncategorized

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม เกิดจากอะไร มีสิ่งไหนช่วยลดพฤติกรรมเหล่านี้ได้บ้าง

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม เกิดจากอะไร มีสิ่งไหนช่วยลดพฤติกรรมเหล่านี้ได้บ้าง

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม – สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเพิ่มผิดปกติ มักจะเผชิญสาเหตุเดียวกันคืออาการหิวบ่อย กินมากขึ้น กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอิ่ม สำหรับบางคนแล้วอาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่กำลังจะเป็นโรคอ้วน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการหิวบ่อยและกินไม่อิ่มนั้นอาจจะสื่อไปถึงโรคร้ายต่างๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ ลองศึกษารายละเอียดภายในบทความนี้เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขอย่างทันท่วงที

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม เกิดจากอะไร?

อาการหิวบ่อยหรือกินไปมากเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้สึกอิ่ม แม้จะกินจนรู้สึกตัวแน่น หายใจแทบไม่ออก แต่ก็ยังรู้สึกอยากอาหารตลอดเวลา อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกได้ถึงการที่คุณกำลังเผชิญโรคร้ายและอยู่ในช่วงที่ร่างกายต้องประสบกับสภาวะความเสื่อมของอวัยวะสำคัญได้เช่นกัน ดังนั้นคุณจึงไม่ควรนิ่งนอนใจและต้องหาสาเหตุให้พบเพื่อหาวิธีแก้ไขต่อไป ซึ่งสาเหตุที่อาจทำให้คุณน้ำหนักพุ่งสูงเพราะความรู้สึกหิวตลอดเวลามีอะไรบ้าง ลองมาดูรายละเอียดดังต่อไปนี้

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม เกิดจากอะไร

  1.  สาเหตุจากอาหาร

อาหารบางประเภทสร้างปัญหาให้คนทานรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นได้เช่นกัน ทั้งยังส่งผลต่อการถูกกระตุ้นความหิวที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ดังนั้นสาเหตุของการกินไม่อิ่ม หิวบ่อย ก็อาจจะมาจากทั้งรสชาติ, วัตถุดิบที่อยู่ภายในอาหาร และวิธีการปรุงอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตแบบเชิงเดี่ยวให้ความหวานและน้ำตาลสูงอาหารกลุ่มขนมปังและข้าวขัดขาว รวมถึงน้ำอัดลมอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำและให้การดูดซึมที่รวดเร็วเกินไปหรือย่อยสลายได้เร็วจึงทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มระดับได้สูงขึ้นแบบผิดปกติส่งผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องของการผลิตอินซูลินภายในร่างกายเพราะเมื่อใดที่น้ำตาลในเลือดสูงเกินไปและสูงติดต่อกันจะยิ่งทำให้อินซูลินผลิตได้น้อยลง

ดังนั้นการเผาผลาญพลังงานจึงเป็นไปได้ยากขึ้นเนื่องมาจากร่างกายที่พยายามจะผลิตอินซูลินมาลดระดับน้ำตาลในเลือดที่มีสูงเกินไปจึงทำให้ระบบการทำงานของอินซูลินเกิดขึ้นแบบฉับพลันและกลายเป็นเสียหายไปในที่สุดการผลิตอินซูลินจนผิดปกติไปจากเดิมบางครั้งอาจมีมากเกินไปและบางครั้งอาจมีน้อยจนเกินไปจึงทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและสูงที่ทำให้ความรู้สึกหิวและความรู้สึกกินไม่อิ่มเกิดขึ้นได้ง่ายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการข้างเคียงร่วมด้วยคือความรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนศีรษะและอาจจะเป็นลมได้ด้วยเช่นกัน

  1.   สาเหตุจากยาบางประเภท

ถ้าคุณเป็นคนที่มีโรคประจำตัวและต้องมีการใช้ยาเป็นประจำการรับประทานยาบางประเภทอาจจะเป็นตัวเข้าไปกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารหรือการกินแล้วไม่รู้สึกอิ่มได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มของยาฮีสตามีนหรือยาแก้แพ้และกลุ่มของยารักษาอาการโรคซึมเศร้า, ยารักษาอาการทางจิตและยาที่ช่วยรักษาอาการโรคเบาหวานนอกจากนี้กลุ่มยาคอร์ติโคสเตียรอยด์และกลุ่มยาสเตียรอยด์หลากหลายชนิดอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการกระตุ้นความอยากอาหารพร้อมทำให้รู้สึกหิวบ่อยครั้งแม้รับประทานเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกหิวอยู่

ซึ่งถ้าเกิดจากปัญหานี้คุณควรทำการปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจดูว่าเป็นอาการข้างเคียงจากการใช้ยาจริงหรือไม่การรักษาบางโรคแพทย์อาจมีการระบุถึงเรื่องอาการข้างเคียงของยามาโดยเฉพาะ ดังนั้นคุณจึงควรปรึกษาแพทย์ในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักกับการใช้ยาควบคู่ไปด้วยเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด

  1.  สาเหตุจากพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยน

พฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไปของคนในยุคนี้ เช่น การพักผ่อนน้อยลงการปรับวิธีการนอนที่อาจจะเป็นไปตามอายุและอาชีพที่ทำให้การพักผ่อนผิดปกติ บางคนอาจมีปัญหาเรื่องอาชีพที่ต้องทำช่วงกลางคืนจึงทำให้มีการดื่ม-กินที่ผิดเวลาจนเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักพุ่งสูงขึ้น ช่วงที่อายุยังน้อยอาจจะแสดงผลมากแต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นน้ำหนักจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถลดลงได้

นอกจากนี้ในเรื่องของความเครียดที่มีสูง, การใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ, การรับประทานอาหารสำเร็จรูป เพราะเวลามีน้อย, ความรู้สึกขี้เกียจออกกำลังกายและการขยับตัวที่น้อยลงของคนทำงานออฟฟิศพร้อมการรับประทานขนมหวานหรือขนมกรุบกรอบเพื่อลดความตึงเครียดหรือบางรายอาจรู้สึกว่าช่วงเวลาทำงานปากจะว่างผิดปกติ จึงต้องการขนมเพื่อรับประทานตลอดเวลาจึงเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักพุ่งสูงขึ้นแบบผิดปกติและเมื่อร่างกายเริ่มจดจำว่าจะต้องรับประทานอาหารแบบผิดปกติจึงทำให้ยากต่อการที่จะลดน้ำหนักลงเพราะเมื่อถึงเวลาแล้วร่างกายจะเรียกร้องอาหารตามที่เคยได้รับ

ดังนั้นถ้าเกิดจากสาเหตุนี้คุณจะต้องทบทวนการใช้ชีวิตใหม่พักผ่อนให้เพียงพอภายในระยะเวลา 6-8 ชั่วโมงพร้อมการดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม, ชาใส่นม, กาแฟใส่นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดทั้งวัน ดื่มน้ำเปล่าประมาณ 8-10 แก้วต่อวันพร้อมหันมารับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผักและผลไม้ ถ้าต้องการของว่างให้เน้นเป็นขนมธัญพืชหรือถั่วต่างๆที่จะช่วยทำให้การรับประทานอาหารว่างของคุณสร้างประโยชน์ต่อร่างกายและในขณะที่ทำงานอยู่ควรมีการขยับตัวบ้างมีการเคลื่อนไหวด้วยการเดินลุกนั่งหรือการออกกำลังกายเบาๆเพื่อทำให้ร่างกายได้เกิดการเผาผลาญพลังงานที่มากขึ้น

  1.  สาเหตุจากการตั้งครรภ์

ผู้หญิงหลายคนมีปัญหาเรื่องน้ำหนักพุ่งสูง พร้อมทั้งเกิดอาการหิวบ่อยครั้งและกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มจากสาเหตุของการตั้งครรภ์เพราะในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์นั้นทารกที่อยู่ภายในครรภ์ของคุณจะเติบโตขึ้นทุกวันและเติบโตอย่างรวดเร็วดังนั้นการรับประทานอาหารจึงต้องมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและจะต้องรับประทานเป็นมื้อเล็กๆไปตลอดทั้งวัน ร่างกายที่ต้องเลี้ยงดู 2 ชีวิตนี้จำเป็นที่จะต้องมีสารอาหารที่เพียงพอต่อทั้งแม่และลูก แต่ในขณะเดียวกันการรับประทานอาหารเพื่อทำให้ทั้งแม่และลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอนั้น ทางแพทย์เองจะมีการเตือนเพื่อให้คุณแม่ระมัดระวังอาหารบางชนิดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยและอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในช่วงตั้งครรภ์ได้

แม้แต่เรื่องของน้ำหนักทางแพทย์ ประจำตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีการวัดเรื่องน้ำหนักกับส่วนสูงอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักสูงเกินกว่ามาตรฐานและเมื่อคลอดแล้วแพทย์จะบอกกับคุณแม่ให้ลดน้ำหนักลงเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานจากการตั้งครรภ์ในอนาคตแต่ในขณะที่คุณคลอดบุตรแล้วการรับประทานอาหารในแบบเดิมๆที่คุณทำมาตลอด 9 เดือน ต้องกินตลอดทั้งวัน จะเป็นตัวกระตุ้นให้คุณรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลาเช่นเดิมจึงทำให้ยากต่อการลดน้ำหนักลงและยากต่อการจำกัดตัวเองไม่ให้หิวตลอดเวลาดังนั้นถ้าคุณเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ประสบปัญหานี้ควรปรึกษาแพทย์และให้นมบุตรด้วยตัวคุณเองเพราะการให้นมบุตรนั้นจะเป็นหนึ่งในตัวช่วยทำให้น้ำหนักของคุณแม่ลดลงได้เร็วขึ้นและตัวคุณแม่เองควรใช้วิธีการลดน้ำหนักอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้นมลูกน้อยของคุณ

  1.  สาเหตุจากการเคยอดอาหาร

สำหรับผู้ที่เคยลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารข้ามวันหรืออดอาหารหลายวัน รวมไปถึงผู้ที่ทำงานเพลินจนลืมมื้ออาหารมื้อใดมื้อหนึ่งแล้วทิ้งระยะเวลานานเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาของน้ำหนักพุ่งสูงและการกินที่รู้สึกหิวบ่อยครั้งได้อีกด้วยเพราะการทิ้งมื้ออาหารให้ห่างเป็นระยะเวลานานหรือผู้ที่ไม่ชอบกินมื้อเช้าเนื่องจากต้องรีบไปทำงานและผู้ที่ชื่นชอบการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักนั้นจะเกิดปัญหาเรื่องฮอร์โมนเกรลินถูกผลิตออกมามากจนเกินไปแล้วกระจายเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารจึงทำให้ฮอร์โมนตัวนี้เข้าไปกระตุ้นความรู้สึกอยากรับประทานอาหารตลอดเวลา พร้อมกระจายออกมาเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้คุณรู้สึกหิวบ่อยครั้งแม้จะกินเข้าไปมากแค่ไหนก็ยังรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นถ้าร่างกายถูกสร้างมาเพื่อให้ต้องรับสารอาหารตามเวลาปกติคือเช้ากลางวันและเย็นคุณควรรับประทานตามเวลาเพียงแต่เน้นให้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไร้ไขมัน และเน้นเป็นการดื่มน้ำเปล่าเท่านั้นเพื่อทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และสามารถนำไปใช้งานได้จริง มีของเสียน้อยที่สำคัญคือการทิ้งระยะเวลาของการรับประทานอาหารในแต่ละวันนั้นควรห่างกันอยู่ที่ประมาณ 5 ชั่วโมงแต่ถ้าต้องทิ้งระยะเวลานานกว่านั้นควรรับประทานเป็นอาหารว่างรองท้องที่เป็นธัญพืชหรือเป็นอาหารคลีนโดยเฉพาะ

  1.  สาเหตุจากโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังบางประเภทสามารถทำให้ร่างกายเกิดกลไกของความรู้สึกหิวบ่อยครั้งได้ด้วยเช่นกันเช่นโรคเบาหวานที่จะมีปัญหาเรื่องระบบน้ำตาลในเลือดที่สูงหรือต่ำมากเกินไป มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลที่เหวี่ยงขึ้น-ลง จึงทำให้การผลิตอินซูลินเกิดความผิดปกติการเผาผลาญพลังงานและการนำน้ำตาลไปใช้จึงทำได้ยากมากขึ้นเกิดเป็นการสะสมน้ำตาลในเลือดที่มีสูง จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องของพลังงานที่ลดลงแต่กลับรู้สึกหิวบ่อยสวนทางกับพลังงานทำให้เกิดการเผาผลาญที่ผิดปกติและไม่สามารถที่จะเผาผลาญพลังงานออกไปใช้ได้เพียงพอ

ดังนั้นจึงไปกระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานรู้สึกหิวบ่อยและอยากอาหารมากขึ้นเรื่อยๆหรือแม้แต่อยู่ในช่วงภาวะน้ำตาลต่ำน้ำตาลลดลงอย่างรวดเร็ว คนเป็นโรคเบาหวานก็จะรู้สึกอยากอาหารจนถึงขั้นสุดด้วยเช่นกันนอกจากนี้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับอักเสบ, ปัญหาโรคไต, ปัญหาโรคความดันและปัญหาโรคอ้วนก็มีการกระตุ้นความอยากอาหารที่ผิดปกติอีกด้วย

  1.   สาเหตุจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคใดๆแต่กลับรู้สึกมีอาการมึนหัว, ตัวสั่น, หน้ามืดและรู้สึกถึงความดันที่ลงต่ำผิดปกติคุณอาจจะกำลังตกอยู่ในภาวะน้ำตาลต่ำจึงทำให้ร่างกายเข้าไปกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารจึงกลายเป็นความรู้สึกหิวบ่อยและกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอิ่มทั้งยังมีอาการที่คล้ายกับคนหิวมากอยู่บ่อยครั้งแต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมักจะอาการไม่หนักมากและไม่ได้บ่งชี้ว่าคุณเป็นโรคใด เพราะบางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลน้อยเกินไปจึงทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลไม่เพียงพอระดับน้ำตาลในเลือดจึงตกลง ต่อมใต้สมองจึงมีการส่งสัญญาณเพื่อให้ร่างกายต้องการรับน้ำตาลกลับเข้ามาในตัวเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นอาการต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นแต่ถ้าคุณมีสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นก็ไม่ควรนิ่งนอนใจควรหาน้ำหวานหรือของหวานเพื่อเติมระดับน้ำตาลในเลือดให้เพียงพอไม่เช่นนั้นถ้าคุณมีอาการถึงขั้นชักเมื่อไหร่อาจจะเป็นอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

  1.  ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ

สำหรับผู้ที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทํางานผิดปกติก็สามารถมีน้ำหนักที่เพิ่มสูงขึ้นจากอาการหิวบ่อยได้ เพราะต่อมไทรอยด์ที่จะทำงานอยู่ตรงช่วงบริเวณลำคอด้านหน้าจะเป็นตัวควบคุมระบบเมตาบอลิซึมและควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายให้สามารถใช้งานได้ตามปกติถ้าเกิดความผิดปกติหรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆในด้านที่ไม่ดีจะทำให้ไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนออกมาสูงขึ้นจึงส่งผลต่อทั้งสภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วน้ำหนักที่พุ่งสูงผิดปกติและระดับพลังงานของร่างกายผิดปกติด้วยเช่นกัน
ดังนั้นจึงทำให้ต่อมไทรอยด์กระตุ้นให้เกิดอาการหิวบ่อยกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เนื่องมาจากต่อมไทรอยด์นั้นทำงานมากเกินไปโดยจะมีอาการอื่นร่วมด้วย คือเหงื่อออกง่ายและเป็นจำนวนมาก, ชีพจรเต้นเร็ว, มีอาการเหนื่อยหอบง่าย, รู้สึกหิวน้ำตลอดเวลา, หัวใจเต้นเร็ว, คอบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและอาจจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนั้นถ้าเจอปัญหาเหล่านี้และรู้ว่าตัวเองเป็นโรคต่อมไทรอยด์คุณควรทำการปรึกษาแพทย์ทันที

  1.  ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง เป็นหนึ่งในโรคที่จะทำให้เกิดความรู้สึกหิวบ่อยครั้งกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มและน้ำหนักพุ่งสูงขึ้นได้ด้วยเช่นกันเพราะโรคนี้จะเกิดจากภูมิคุ้มกันที่เคยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ กลับกลายเป็นทำงานมากเกินไปและหันกลับมาทำลายการทำงานต่างๆ ของอวัยวะภายใน แล้วก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว

แต่มีสิ่งหนึ่งที่โรคนี้แสดงสัญญาณชัดเจนคืออาการตัวบวมและน้ำหนักที่พุ่งสูงขึ้นแบบผิดปกติภายใน 1เดือนคุณอาจจะน้ำหนักพุ่งสูงมากกว่า 20กิโลกรัม เป็นต้น มีอาการหิวบ่อยครั้ง, หิวมากผิดปกติ และกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม พร้อมการมีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ เข้ามาร่วมด้วยเช่นโรคหอบหืด, โรคสมาธิสั้น, โรคผิวหนังอักเสบ, อาการปวดบวมตามที่ต่างๆ ของร่างกาย, อาการปวดท้อง, ท้องร่วง, ท้องผูกและท้องเสียสลับกัน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักพุ่งสูงและการรับประทานที่ผิดปกตินั้นส่วนใหญ่แล้วเกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายต่อมไทรอยด์จึงทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานไม่สามารถทำได้ตามปกติจึงเกิดการผลิตฮอร์โมนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการส่งผลในเรื่องของน้ำหนักที่พุ่งสูงขึ้นและการรับประทานอาหารที่ไม่สามารถหยุดได้

  1.  ร่างกายขาดโปรตีน

เมื่อใดที่ร่างกายขาดการได้รับอาหารที่เป็นโปรตีนหรือไขมันดี ที่เป็นสารอาหารจำเป็นของกลไกภายในรวมไปถึงเป็นส่วนสำคัญของระบบเผาผลาญพลังงานย่อมทำให้ร่างกายรู้สึกหิวโหยง่าย เพราะร่างกายต้องการสารอาหารสำคัญเหล่านี้เพื่อการผลิตพลังงานต่อไปและเป็นตัวช่วยซ่อมแซมวัยวะส่วนต่างๆ เป็นตัวช่วยการสร้างอุณหภูมิที่พอเหมาะให้แก่ร่างกายดังนั้นถ้าเมื่อใดที่ร่างกายของคุณขาดทั้งโปรตีนและไขมันดีย่อมทำให้ร่างกายเรียกร้องสารอาหารทั้ง 2ชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นด้วยความรู้สึกที่หิวอยู่บ่อยครั้งและจะรู้สึกหิวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้สารอาหารครบตามที่ร่างกายต้องการ

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม เกิดจากอะไร

6 ข้อแนะนำเพื่อการแก้ไขปัญหาหิวบ่อยและกินไม่อิ่ม

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่จะต้องเผชิญกับปัญหาของอาการหิวบ่อยและกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม จนทำให้น้ำหนักพุ่งสูงขึ้นและสุขภาพแย่ลง คุณไม่ควรนิ่งนอนใจและควรทำตาม 6 ข้อแนะนำเพื่อการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

  1.   ปรับเปลี่ยนการกินอาหาร

เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนวิถีการกินอาหารใหม่หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวสูงจนเกินไป เช่น ขนมปังขัดขาวและข้าวขาวรวมไปถึงอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ถ้าต้องการรับประทานอาหารหลัก 3 มื้อเพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย ควรเน้นเป็นอาหารคลีนหรืออาหารที่คัดสรรวัตถุดิบแบบ Organic เนื้อสัตว์ไร้ไขมันและใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพทั้งหมดเพื่อทำให้อาหารเป็นส่วนช่วยเพิ่มโปรตีนไขมันดีและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเท่านั้น ทำให้เกิดการตกค้างของเสียที่น้อยลงและทำให้อาหารสร้างประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ พร้อมกับสามารถเข้าไปเผาผลาญพลังงานได้อย่างเหมาะสมไม่ทิ้งของเสียไว้มากจนเกินไป เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้คุณสามารถลดความรู้สึกหิวบ่อยหรือกินอาหารแล้วไม่รู้สึกอิ่มได้เป็นอย่างดี

  1.  เลือกไฟเบอร์ดีท็อกซ์เป็นประจำ

ถ้าต้องการให้อาการหิวบ่อยหรืออาการที่รู้สึกกินไม่อิ่มนั้นลดน้อยลงอย่างเห็นผลชัดเจนคุณควรเลือกการดื่มไฟเบอร์ดีท็อกซ์เป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเพื่อเป็นการระบายของเสียที่ตกค้างภายในร่างกายปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามอวัยวะที่ต้องขับของเสียออก จึงทำให้ร่างกายเริ่มกลับมาสมดุลอีกครั้งพร้อมทำงานได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมและมีประสิทธิภาพจนสามารถที่จะดำเนินชีวิตไปได้อย่างดีเยี่ยมและไร้ซึ่งสารพิษตกค้างระบบร่างกายจึงเป็นไปตามปกติการรับประทานอาหารก็จะกลับมาเป็นปกติด้วยเช่นกัน

  1.  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยผิดเพี้ยนไปให้กลับมาเป็นพฤติกรรมตามปกติเช่น การพักผ่อนให้เพียงพอภายใน 6-8 ชั่วโมง, เข้านอนตามเวลาปกติคือ 22.00 น.และตื่นในช่วง 06.00 น. พร้อมการออกกำลังกายเบาๆและดื่มน้ำเริ่มต้นวันที่ 1 แก้วจะช่วยทำให้ร่างกายมีความสดชื่นและมีความรู้สึกกระฉับกระเฉงไปตลอดทั้งวัน รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง หลีกเลี่ยงขนมหวานและอาหารที่มีน้ำตาลสูงต่างๆพร้อมการทำงานที่มีการขยับตัวตลอดเวลา ซึ่งการได้เคลื่อนไหวตัวนั้นจะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกตื่นตัวไม่เครียดง่ายจนเกินไปและไม่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย

ดังนั้นคุณจึงควรออกกำลังกายเบาๆในที่ทำงานตลอดทั้งวัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญพลังงานที่เพียงพอ เมื่อกลับถึงบ้านควรทิ้งงานไว้ที่ทำงานเท่านั้นแล้วใช้เวลาในการพักผ่อนและผ่อนคลายอารมณ์ไปพร้อมกัน เพื่อลดปัญหาของการรับประทานอาหารที่ผิดปกติ ที่สำคัญคือเมื่อเกินกว่า 18.00-19.00 น. คุณไม่ควรรับประทานอาหารมื้อหนักเด็ดขาด แต่ถ้าหิวควรปรับเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผัก, ผลไม้ หรือขนมธัญพืชแทน เป็นต้น

  1.  ใช้สารทดแทนความหวาน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไปหรือผู้เป็นโรคเบาหวาน ควรใช้สารแทนน้ำตาล เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำตาลพุ่งสูง และปัญหาเรื่องการกินไม่รู้จักอิ่ม เช่น การใช้แอสปาแตมหรือน้ำตาลเทียมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยเฉพาะจะให้ความหวานตามปกติแต่จะไม่เพิ่มพลังงานจึงไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หรือใช้เป็นซูคราโลสที่เป็นสารแทนความหวานสามารถนำไปชงกาแฟได้ ให้ความหวานที่รสชาติใกล้เคียงกับน้ำตาลตามปกติ ละลายน้ำได้และปรุงกับอาหารที่มีความร้อนสูงได้โดยที่ความหวานยังคงที่แต่กลับไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

แต่การใช้อาจจะต้องระมัดระวังให้ดี เพราะซูคราโลสจะเพิ่มคลอรีนในโมเลกุลน้ำตาลจึงจะไวต่อกระเพาะอาหารและอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงในเรื่องของการปวดศีรษะได้ ถ้าคุณต้องการใช้สารแทนความหวานที่มีความปลอดภัยสูงคุณอาจจะเลือกเป็นหญ้าหวานที่เป็นสมุนไพรลดระดับน้ำตาลในเลือดแต่ให้ความหวานสูงกว่าน้ำตาล และในขณะเดียวกันยังให้พลังงานที่ต่ำจึงไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น สามารถใช้เพื่อการปรุงอาหารต่างๆที่มีความร้อนสูงถึง 200 องศาเซลเซียสได้โดยที่ไม่เสียรสชาติเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเป็นสารทดแทนความหวานที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพียงแต่ราคาจะค่อนข้างสูงและอาจจะหาซื้อยากเพราะมาในรูปแบบของสารทดแทนความหวานแบบorganic

  1.  ปรับอารมณ์และความเครียด

ความเครียดและอารมณ์ที่เหวี่ยงขึ้น-ลงรวดเร็วเกินไปจะยิ่งเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหิวบ่อยครั้งและกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ดังนั้นคุณควรปรับอารมณ์ของตัวเองและลดความตึงเครียดในการใช้ชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด ถ้ามีกิจกรรมที่จะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายได้เช่นการออกจากบ้านเพื่อไปวิ่งและรับบรรยากาศที่ดี การออกจากบ้านไปเที่ยวกับคนสนิทหรือเพื่อนๆ แม้แต่การนั่งดูซีรีย์ที่คุณชื่นชอบก็สามารถช่วยปรับอารมณ์ของคุณให้เย็นลงและลดความตึงเครียดได้ดีคุณก็ควรทำ เพื่อไม่ให้ร่างกายกระตุ้นฮอร์โมนที่ไปเพิ่มความอยากอาหารและยังเป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

  1.   ปรึกษาแพทย์

ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องของความอยากอาหารที่มากผิดปกติหรือการกินที่ไม่อิ่ม และต้องกินบ่อยครั้งมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นการเสพติดหรืออาจจะกลัวว่าเป็นอาการเตือนของโรคร้าย คุณควรเข้ารับการปรึกษาและการตรวจร่ายกายอย่างละเอียดจากแพทย์ ไม่ควรปล่อยปัญหาทิ้งไว้นานเพราะอาจจะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับร่างกาย เมื่อแพทย์วินิจฉัยออกมาแล้วคุณควรมีกำลังใจและรับประทานยาอย่างต่อเนื่องพร้อมการปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งเพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

6อาหารไฟเบอร์สูง กินแล้วอิ่มท้องนาน ควบคุมความหิวได้เจ๋ง !

ถ้าคุณยังเป็นคนที่งดมื้อว่างไม่ได้ แต่ไม่ต้องการอาหารที่มีน้ำตาลสูงและต้องการลดปัญหาเรื่องความหิวบ่อยอย่างจริงจังพร้อมการควบคุมความหิวที่มีประสิทธิภาพคุณต้องลองอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเพื่อทำให้คุณอิ่มท้องได้ยาวนานมากขึ้นดังนั้นลองมาดู 6อาหารไฟเบอร์สูงที่คุณรับประทานแล้วจะช่วยทำให้อิ่มท้องยาวนานและไม่ส่งผลต่อการกระตุ้นความหิว คือ

  1.  ถั่วลิสง

ถั่วลิสงเป็นหนึ่งในประเภทถั่วที่มีไฟเบอร์สูงมาก ถ้ารับประทานถั่วลิสง 1 ถ้วยเล็ก คุณจะได้ไฟเบอร์มากถึง 6 กรัม พร้อมให้ทั้งวิตามินและแร่ธาตุแบบครบถ้วน จึงเป็นหนึ่งในอาหารมื้อว่างที่ควรค่าแก่การรับประทาน ซึ่งคุณควรรับประทานแบบถั่วลิสงอบแห้งหรือถั่วลิสงสดที่จะทำให้คุณได้รับไฟเบอร์ไปแบบเต็มๆ แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการแพ้ถั่วคุณควรหลีกเลี่ยง

  1.  ข้าวบาร์เลย์

ข้าวบาร์เลย์เป็นอีกหนึ่งประเภทวัตถุดิบอาหารที่สามารถให้ไฟเบอร์สูง โดยนำมาทำอาหารว่างได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นขนมอบกรอบ ซุปสลัดผัก หรือผสมภายในอาหารต่างๆภายใน 1 ถ้วยเล็กจะมีปริมาณของไฟเบอร์สูงถึง 6 กรัมจึงช่วยทำให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์อย่างเพียงพอและสามารถที่จะกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีกด้วย

  1.  ผลเบอร์รี่

ผลของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เช่นบลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, แครนเบอร์รี่จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่เพิ่มไฟเบอร์ให้กับคุณได้ในปริมาณมาก พร้อมให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานที่อร่อยและถูกปาก สามารถนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบอาหารอื่นๆ แล้วทำเป็นทั้งเครื่องดื่มสมูตตี้, เป็นส่วนผสมของขนมหรือรับประทานสดได้ทั้งหมดถ้าต้องการให้ได้ผลดีควรรับประทานกับโยเกิร์ตและซีเรียล เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยและเป็นตัวช่วยเพิ่มไฟเบอร์ที่มากขึ้น ทั้งยังได้ทั้งวิตามินและแร่ธาตุแบบครบถ้วน

  1.   อะโวคาโด

แม้ว่าอาโวคาโดจะไม่ได้รสชาติดีสำหรับใครหลายๆ คน แต่คุณค่าทางสารอาหารของอะโวคาโดนั้นจัดว่าดีมาก เพราะถือว่าเป็นวัตถุดิบทำอาหารที่มีทั้งไฟเบอร์สูง, มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีวิตามินกับแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่จะเป็นตัวช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันและกระตุ้นให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี จึงควรจัดเป็นมื้อว่างในยามคุณหิวเพราะจะสร้างประโยชน์ให้แก่ร่างกายแบบไร้ซึ่งอันตรายใดๆ

  1.  บรอกโคลี

ผู้ที่มีประสบการณ์ลดน้ำหนักจะเลือกการทานบรอกโคลี่อบมาเป็นอาหารมื้อว่าง เมื่อรู้สึกหิวและต้องการอาหารรองท้องก่อนอาหารหลักเพราะบล็อกโคลี่เพียง 1 ถ้วยจะให้ไฟเบอร์สูงถึง 6 กรัมและมีแคลอรี่ต่ำเพียงแค่ 50 แคลอรี่เท่านั้นทั้งยังอุดมไปด้วยน้ำวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้อิ่มท้องนานขึ้น แต่ถ้าต้องการรสชาติที่ดีควรรับประทานเป็นบลอกโคลี่กับแครอทอบ โดยจะให้รสชาติออกหวานมันและเคี้ยวเพลินเลยทีเดียว

  1.  ควินัว

ควินัวคือธัญพืชที่สามารถรับประทานได้แบบสดเป็นธัญพืชเต็มเมล็ดที่ให้โปรตีนสูงที่สุดในกลุ่มของธัญพืชทั้งหมดสามารถนำมาปรุงสุกได้และให้ไฟเบอร์สูงถึง 3 กรัม ต่อควินัว 100 กรัม ที่สำคัญคือเป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง สามารถนำมารับประทานแทนข้าวได้ตามปกติ โดยที่จะให้สารอาหารดีกว่าข้าวและช่วยลดความอยากอาหารได้ดีเพราะจะทำให้อิ่มได้นานขึ้น

หิวบ่อย กินไม่อิ่ม เกิดจากอะไร

อาหารมื้อว่าง แคลอรีต่ำ เหมาะกับคนหิวบ่อย กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน !

ถ้าคุณต้องการอาหารมื้อว่างแบบแคลอรี่ต่ำที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของโซเดียมแป้งและน้ำตาลที่สูงจนเกินไปสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องหิวบ่อย ลองมาดูอาหารมื้อว่างที่เหมาะกับคนมีปัญหาเรื่องหิวบ่อยครั้งและกินมากจนเกินไปดังต่อไปนี้

  1.  ถั่วอัลมอนด์

เมล็ดถั่วอัลมอนด์อบเพียงแค่ 14-15 เม็ดจะให้พลังงานถึง 98 กิโลแคลอรี่แต่จะไม่เพิ่มเรื่องของไขมันหรือน้ำตาลใดๆจึงถือว่าเป็นอาหารว่างเคี้ยวเพลินที่จะทำให้คนอิ่มท้องได้ยาวนานมากขึ้นพร้อมให้ทั้งไขมันดีโปรตีนและไฟเบอร์ในปริมาณสูง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักและผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหิวบ่อยได้เป็นอย่างดี

  1.  ขนมธัญพืช

ปัจจุบันมีการทำขนมธัญพืชออกมาขายหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นขนมปังผสมธัญพืช, คุกกี้ธัญพืช หรือแม้แต่เค้กธัญพืชดังนั้นคุณสามารถเลือกรับประทานอาหารว่างแบบแคลอรี่ต่ำที่ทำมาจากธัญพืชได้ พร้อมรับประทานได้อย่างสบายใจไม่ทำให้รู้สึกหิวบ่อยหรือน้ำหนักขึ้นอย่างแน่นอน

  1.  ไข่ต้ม

ไข่ต้ม 1 ฟองสามารถเป็นอาหารว่างหรืออาหารรองท้องได้โดยให้คุณค่าของโปรตีนสูงถึง 6 กรัมและให้พลังงานประมาณ 78 กิโลแคลอรี่ซึ่งการเติมเต็มโปรตีนนั้นจะช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี รับประทานเป็นเมนูว่างในช่วงบ่ายจะทำให้รู้สึกอิ่มง่ายและอิ่มเร็ว ทั้งยังช่วยลดความรู้สึกอยากอาหารได้ดีอีกด้วย

  1.  ขนมปังโฮวีทลูกเกด

ขนมปังโฮลวีทผสมลูกเกดประมาณ 1-2 แผ่น จะเป็นตัวช่วยทำให้อิ่มท้องยาวนานขึ้น ให้วิตามินจากลูกเกดและสารอาหารที่อยู่ภายในขนมปังโฮลวีท ทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ให้พลังงานแค่ 80 กิโลแคลอรี่แต่ช่วยทำให้อิ่มท้องได้เร็วและนานขึ้น ไม่ทำให้รู้สึกหิวบ่อยจนเกินไป

  1.  สลัดทูน่า

สลัดทูน่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมล็ดธัญพืช ผัก ผลไม้และเนื้อปลาทูน่า พร้อมด้วยน้ำสลัดแบบงาดำหรืองาขาวของญี่ปุ่นจะเป็นอีกหนึ่งมื้อว่างที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง เพราะมาครบทั้งไฟเบอร์วิตามินแร่ธาตุและโปรตีนจากเนื้อปลา เมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกถึงการได้รับพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นแบบไม่เพิ่มน้ำหนัก ช่วยทำให้อิ่มท้องได้ยาวนานขึ้นและช่วยลดปัญหาเรื่องความรู้สึกหิวบ่อยกับกินไม่อิ่มได้เป็นอย่างดี

  1.  ข้าวโพดต้มหรือข้าวโพดย่าง

ข้าวโพดที่ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของข้าวโพดต้มหรือข้าวโพดย่างจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณอิ่มท้องได้นานขึ้นเพราะภายในข้าวโพดนั้นจะมีทั้งวิตามินและสารอาหารที่ครบถ้วนสลัดต่างๆจึงนิยมนำข้าวโพดมาเป็นส่วนผสมหลักเพราะให้คุณค่าเรื่องของวิตามินและสารอาหารที่ดีเยี่ยม เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานที่สำคัญคือภายในข้าวโพดจะมีน้ำตาลธรรมชาติ จึงทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลตามปกติแต่น้ำตาลในเลือดไม่เพิ่มสูง จึงลดความอยากอาหารได้ดี

  1.  โยเกิร์ตรสธรรมชาติสูตรน้ำตาล 0%

โยเกิร์ตสูตรธรรมชาติและเป็นแบบไร้น้ำตาลหรือน้ำตาล 0% จะเป็นอีกหนึ่งของว่างที่ช่วยทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน แต่ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดสูงจนเกินไป นอกจากนี้โยเกิร์ตกรีกเป็นอีกหนึ่งโยเกิร์ตไขมันต่ำคุณภาพดีที่จะทำให้คุณได้รับประทานในช่วงระหว่างวันแบบไม่ต้องกลัวอ้วนเลยแม้แต่น้อยโดยให้พลังงาน 50 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 0% และน้ำตาลที่มีไม่ถึง 5 กรัม จึงเป็นมื้อว่างรองท้องที่จะช่วยทำให้อิ่มนานและไม่รู้สึกหิวบ่อยจนเกินไป

ปัญหาเรื่องหิวบ่อยและกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ไม่ได้บ่งบอกว่าคุณกำลังเข้าใกล้ต่อโรคอ้วนเท่านั้น แต่ยังเป็นการบ่งบอกได้ถึงความเสื่อมของร่างกาย สุขภาพที่แย่ลงจนอาจจะนำพาโรคร้ายต่างๆ ตามมาในอนาคต รวมไปถึงอาการเตือนจากโรคบางประเภทที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ ดังนั้นอย่านิ่งนอนใจ ถ้าจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเองไม่ได้ควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ทันที

You may also like

Uncategorized

ออยล์บำรุงผม 9 ยี่ห้อนี้ที่จะทำให้ผมของคุณกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ออยล์บำรุงผม คือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงเส้นผมโดยเฉพาะ เปลี่ยนผมเสียให้กลายเป็นผมที่มีความงามและนุ่มลื่นมากยิ่งขึ้น
Uncategorized

สระผมทุกวัน ดีไหม? สระบ่อยแค่ไหนถึงจะไม่เป็นการทำลายเส้นผม

สระผมทุกวัน ดีไหม เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย แต่ก็ไม่มีคำตอบที่แน่ชัดเลยว่าดีหรือไม่อย่างไร เนื่องจากการสระผมขึ้นอยู่กับชีวิตประจำวันของแต่ละคน
Uncategorized

7 ผลไม้ลดสิว อุดมไปด้วยสารอาหารรักษาสิว กู้ผิวหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลไม้ลดสิว เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกู้ผิวให้กลับมาสวยใสโดยไม่ต้องเสียเงินไปซื้อสกินแคร์แพงๆ เพียงแค่ทาน 7 ผลไม้ลดสิวนี้ก็ทำให้คุณกลับมาผิวสวยได้
Uncategorized

10 พรีเซรั่ม ยี่ห้อไหนดี ช่วยปรับสภาพผิว พร้อมรับการบำรุงตัวถัดไป

พรีเซรั่ม ยี่ห้อไหนดี ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้ผิวของคุณยังสวยเปล่งประกาย บทความนี้ได้รวม 10 พรีเซรั่ม ทุกแบรนด์มาให้คุณได้เลือกใช้ตามสภาพผิวค่ะ
Uncategorized

10 ไฟเบอร์ดีท็อกซ์ ล้างสารพิษได้ รีเฟรชร่างกาย ให้มีสุขภาพดี

ไฟเบอร์ดีท็อกซ์ กำลังได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นตัวช่วยในการดีท็อกซ์ลำไส้ที่มีความปลอดภัยในเรื่องการล้างคราบการตกค้างต่างๆ ของสารพิษ
Uncategorized

ถั่งเช่ายี่ห้อไหนดี 10 ยี่ห้อ ได้ประโยชน์เกินราคา คุณภาพสูง บำรุงร่างกาย

ถั่งเช่ายี่ห้อไหนดี 10 ยี่ห้อที่ช่วยบำรุงร่างกาย การันตีจากผู้ใช้จริง ถั่งเช่าที่ออกมาในรูปแบบเครื่องดื่ม ที่ช่วยให้คุณทานง่ายขึ้น