Warning: Undefined array key "options" in /srv/users/duckclub/apps/health-and-hospital-commission/public/wp-content/plugins/elementor-pro/modules/theme-builder/widgets/site-logo.php on line 192
10 สารสกัดจากธรรมชาติ ตัวช่วยบำรุงผิวที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพผิวที่ดี

บทความสุขภาพ

10 สารสกัดจากธรรมชาติ ตัวช่วยบำรุงผิวที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพผิวที่ดี

ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์บํารุงผิวมักมีเคมีเป็นส่วนประกอบโดยส่วนมาก เพราะต้องการเร่งให้เห็นผลเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนอาจมีการแพ้ การเปลี่ยนมาใช้ส่วนผสมธรรมชาติมากขึ้นจึงเป็นอีกตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่แพ้สารเคมีง่าย เนื่องจากส่วนผสมธรรมชาติมีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระสําคัญ และวิตามินผิวอื่น ๆ ที่ให้ประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การให้เพิ่มความชุ่มชื้นไปจนถึงเพิ่มความสดใสให้กับผิว บทความนี้เราจะพาคุณไปดูข้อมูลเกี่ยวกับ 10 สารสกัดจากธรรมชาติ ที่ดีที่สุดสําหรับผิว ถ้าพร้อมแล้วลองไปดูกันเลยว่าจะมีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้าง


1. ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) บรรเทาอาการอักเสบ และรักษาผิวไหม้

1. ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) บรรเทาอาการอักเสบ และรักษาผิวไหม้

ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่รู้จักกันดีว่ามีคุณสมบัติบรรเทาอักเสบ ซึ่งถูกใช้ในผลิตภัณฑ์บํารุงผิวหลายชนิด เพราะเยื้อภายในว่านหางจระเข้ มีวิตามิน, แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรักษาเซลล์ผิวที่เสียหาย ส่วนประกอบหลักที่ทำให้ว่านหางจระเข้มีประโยชน์ได้แก่

  • สารต้านการอักเสบ: ว่านหางจระเข้มีสารที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ เช่น เอนไซม์และสารประกอบที่มีกลุ่ม hydroxyl
  • วิตามิน: มีวิตามิน A, C และ E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการซ่อมแซมผิวและป้องกันการเสียหายเพิ่มเติม
  • มิเนอรัล: มีแร่ธาตุต่างๆ เช่น แมกนีเซียม, แคลเซียม และสังกะสี ซึ่งมีบทบาทในการซ่อมแซมและปกป้องผิว
  • อะมิโนแอซิดและอินทรีย์สาร: ช่วยในการบำรุงผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่.
  • แอนไทราควิโนน: มีคุณสมบัติในการรักษาและเป็นสารต้านจุลชีพ, ซึ่งช่วยในการรักษาแผลไหม้และลดการติดเชื้อ

ในว่านหางจระเข้ยังมีคุณสมบัติในการรักษาแผลไหม้และลดการติดเชื้อ การใช้ว่านหางจระเข้บนผิวที่ไหม้จากแสงแดดสามารถ ช่วยลดความร้อน, แดง, และอาการอักเสบ ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


2. น้ํามันมะพร้าว (Coconut Oil) เพิ่มความชุ่มชื้น บํารุงผิวอย่างลึก

2. น้ํามันมะพร้าว (Coconut Oil) เพิ่มความชุ่มชื้น บํารุงผิวอย่างลึก

น้ำมันมะพร้าว ตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นที่ยอดเยี่ยมสำหรับผิวของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งมากหรือลอกเป็นขุยง่าย คุณสมบัติที่สำคัญของน้ำมันมะพร้าวได้แก่:

  • คุณสมบัติในการเก็บกักความชื้น: น้ำมันมะพร้าวมีสารที่ช่วยล็อกความชื้นไว้ในผิว, ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและนุ่มนวลขึ้น.
  • กรดไขมัน: น้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์ เช่น กรดลอริกและกรดแคปริลิก, ซึ่งช่วยบำรุงผิวและปกป้องผิวจากเชื้อโรค.
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะ.
  • วิตามิน E: น้ำมันมะพร้าวมีวิตามิน E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการซ่อมแซมและปกป้องผิว.

การใช้น้ำมันมะพร้าวบนผิวสามารถช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและลดการสูญเสียความชื้น น้ำมันมะพร้าวยังช่วยให้ผิวนุ่มและเรียบเนียน และสามารถช่วยในการรักษาผิวที่แห้งหรือเสียหาย นอกจากนี้, กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวยังมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เหมาะสำหรับการใช้เพื่อป้องกันและรักษาปัญหาผิว


3. ชาเขียว (Green Tea) มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิว

3. ชาเขียว (Green Tea) มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิว

ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์อย่างมากในการปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะในสิ่งแวดล้อม สารเหล่านี้ในชาเขียวรวมถึง

  • เอพิกัลโลคาเทชิน กัลเลต (EGCG): เป็นหนึ่งในสารประกอบโพลีฟีนอลที่สำคัญที่สุดในชาเขียว มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่ง ช่วยลดการอักเสบและป้องกันการเสื่อมของผิว
  • คาเทชิน: ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสง UV และลดอาการอักเสบ
  • วิตามิน C และ E: ทั้งสองชนิดนี้มีอยู่ในชาเขียวและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการซ่อมแซมผิวและปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด

การดื่มชาเขียวหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากชาเขียวสามารถช่วยปรับปรุงสภาพผิวและลดการเกิดริ้วรอยได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าชาเขียวสามารถช่วยป้องกันโรคผิวหนังบางประเภทได้ด้วยการลดการเกิด DNA ที่เสียหายจากรังสี UV


4. น้ําผึ้ง (Honey) ตลดการอักเสบของผิว เพราะมีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะโดยธรรมชาติ

4. น้ําผึ้ง (Honey) ตลดการอักเสบของผิว เพราะมีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะโดยธรรมชาติ

น้ําผึ้งไม่ได้มีประโยชน์แค่เฉพาะสำหรับการบริโภค แต่ยังสามารถใช้ดูแลผิวของคุณได้ด้วย เนื่องจากน้ำผึ้งเป็นสารที่มีคุณสมบัติทางการแพทย์และได้รับการยอมรับในการรักษาผิว โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  • คุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะโดยธรรมชาติ: น้ำผึ้งมีสารที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ ซึ่งช่วยในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อในผิวหนัง
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและช่วยซ่อมแซมผิว
  • กรดอะมิโนและวิตามิน: น้ำผึ้งมีกรดอะมิโนและวิตามินที่เป็นส่วนสำคัญในการซ่อมแซมและบำรุงผิว
  • คุณสมบัติในการเก็บกักความชื้น: น้ำผึ้งเป็น humectant ซึ่งหมายความว่ามันสามารถดึงดูดและเก็บกักความชื้นในผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและนุ่มนวล

การใช้น้ำผึ้งบนผิวสามารถช่วยลดอาการอักเสบ, รักษาแผล, และป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้คุณสมบัติในการเก็บกักความชื้นของน้ำผึ้งยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและดูสุขภาพดu ด้วยเหตุนี้น้ำผึ้งจึงเป็นส่วนประกอบที่นิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิดและใช้เป็นส่วนผสมในการทำมาสก์หน้าธรรมชาติ


5. อะโวคาโด (Avocado) บํารุงและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว

5. อะโวคาโด (Avocado) บํารุงและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว

อะโวคาโด้เป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่มีสารอาหารมากมายที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณของเรา มีไขมันที่ดีและวิตามินที่จําเป็น ช่วยให้ผิวของเรามีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง คุณสมบัติที่ทำให้อะโวคาโดเป็นที่นิยมในการดูแลผิว ได้แก่

  • กรดไขมันไม่อิ่มตัว: อะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดโอเลอิก, ซึ่งช่วยในการบำรุงและซ่อมแซมผิวหนังที่แห้งหรือเสียหาย
  • วิตามิน E และวิตามิน C: ทั้งสองวิตามินนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการปกป้องผิวจากความเสียหาย มีวิตามินซีสูงเป็นอาหารช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจน
  • สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ: อะโวคาโดมีสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น คาโรทีนอยด์, ซึ่งช่วยในการปกป้องผิวและช่วยลดการเกิดริ้วรอย
  • คุณสมบัติในการเก็บกักความชื้น: กรดไขมันในอะโวคาโดช่วยให้ผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ดี, ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและนุ่มนวล

การใช้อะโวคาโดบนผิวหน้าหรือเป็นส่วนผสมในมาสก์หน้าสามารถช่วยบำรุงผิว, เพิ่มความชุ่มชื้น, และช่วยลดการอักเสบ นอกจากนี้อะโวคาโดยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการลดริ้วรอยและทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์


6. โอ๊ตมีล (Oatmeal) ช่วยขัดผิวอย่างอ่อนโยน

6. โอ๊ตมีล (Oatmeal) ช่วยขัดผิวอย่างอ่อนโยน

โอ๊ตมีลมีประโยชน์มากกว่าการใช้รับประทาน เพราะมันสามารถนำมาใช้เพื่อดูแลผิวได้ โดยถือเป็นส่วนผสมที่โดดเด่นในด้านการดูแลผิว โดยเฉพาะในการขัดผิวอย่างอ่อนโยน คุณสมบัติที่ทำให้เป็นที่นิยมในการดูแลผิว ได้แก่

  • ความอ่อนโยน: โอ๊ตมีลมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ทำให้เหมาะกับการใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่มีปัญหา
  • คุณสมบัติในการซึมซับ: มีคุณสมบัติในการซึมซับน้ำมันและสิ่งสกปรกจากผิวหน้า ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวแห้ง
  • สารต้านการอักเสบและแก้แพ้: มีสารที่ช่วยลดการอักเสบและความแพ้ ทำให้เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาเช่น ผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่อักเสบจากสิ่งแวดล้อม
  • ความชุ่มชื้น: ช่วยในการรักษาความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวนุ่มนวลหลังจากการใช้

การใช้โอ๊ตมีลในรูปแบบของสครับหน้าหรือมาสก์หน้าสามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้น และช่วยลดปัญหาผิวเช่น ผิวมันหรือสิว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่ดีสำหรับผิวแห้งหรือผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ


7. น้ํามันมะกอก (Olive Oil) อุดมไปด้วยวิตามินบำรุงผิว

7. น้ํามันมะกอก (Olive Oil) อุดมไปด้วยวิตามินบำรุงผิว

น้ํามันมะกอก มีประโยชน์มากกว่าการเป็นเพียงส่วนประกอบในการปรุงอาหาร เพราะอุดมไปด้วยวิตามินจําเป็น เช่น วิตามิน A, D, E และ K ซึ่งดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์บํารุงผิวตามธรรมชาติ น้ํามันมะกอกทําให้ผิวยืดหยุ่นมากขึ้นและช่วยให้ผิวสร้างเซลล์ผิวใหม่ รักษาผิวให้มีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง ดังนั้น น้ํามันมะกอกไม่เพียงแต่ดีเฉพาะในครัว แต่ยังดีต่อผิวพรรณอีกด้วย คุณสมบัติของน้ำมันมะกอกที่ช่วยบำรุงผิว ได้แก่

  • วิตามิน E: น้ำมันมะกอกมีวิตามิน E สูง โดยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสี UV และช่วยซ่อมแซมผิว
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัว: น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดโอเลอิก ซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: นอกจากวิตามิน E น้ำมันมะกอกยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ที่ช่วยป้องกันผิวจากความเสียหายจากสิ่งแวดล้อม
  • คุณสมบัติในการเก็บกักความชื้น: กรดไขมันในน้ำมันมะกอกช่วยล็อกความชื้นในผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี

การใช้น้ำมันมะกอกบนผิวสามารถช่วยให้ผิวนุ่มนวลและมีความยืดหยุ่น, ลดการอักเสบ, และช่วยในการซ่อมแซมผิวที่เสียหาย น้ำมันมะกอกยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้เป็นส่วนผสมในมาสก์หน้าหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำจากธรรมชาติ


8. เชียร์บัตเตอร์ (Shea Butter) บํารุงผิวอย่างเข้มข้นและล้ำลึก

8. เชียร์บัตเตอร์ (Shea Butter) บํารุงผิวอย่างเข้มข้นและล้ำลึก

เชียร์บัตเตอร์ยอดเยี่ยมสําหรับคนที่มีผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย สกัดมาจากผลไม้และอุดมไปด้วยวิตามินและกรดไขมันตามธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น เชียร์บัตเตอร์เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่ได้รับความนิยมสูงในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เนื่องจากมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวอย่างเข้มข้นและลึก ลักษณะเด่นของเชียร์บัตเตอร์ที่ทำให้มันมีประโยชน์สำหรับผิว ได้แก่

  • สารต้านอนุมูลอิสระ: มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน A และ E, ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะในสิ่งแวดล้อม
  • คุณสมบัติในการซ่อมแซมผิว: เชียร์บัตเตอร์มีคุณสมบัติในการช่วยซ่อมแซมและบำรุงผิวที่แห้งหรือเสียหาย
  • คุณสมบัติในการล็อกความชื้น: ช่วยให้ผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ดี ลดการสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดี

การใช้เชียร์บัตเตอร์บนผิวไม่เพียงช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น บำรุงผิวลอก และนุ่มนวล แต่ยังช่วยลดริ้วรอยและการอักเสบของผิว เชียร์บัตเตอร์มักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ครีมบำรุงผิว, มาสก์หน้า, และบาล์มทาปาก เพื่อบำรุงผิวอย่างล่ำลึก


9. น้ํามันอัลมอนด์ (Almond Oil) ทําให้ผิวนุ่มนวลและอ่อนเยาว์

9. น้ํามันอัลมอนด์ (Almond Oil) ทําให้ผิวนุ่มนวลและอ่อนเยาว์

น้ํามันอัลมอนด์ สกัดจากเมล็ดของต้นอัลมอนด์ เป็นผลิตภัณฑ์บํารุงผิวตามธรรมชาติเหมาะอย่างมากสําหรับคนที่มีผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากความเสียหาย สามารถซึมลึกเข้าไปบํารุงผิวได้ดี ช่วยให้ผิวนุ่มนวลและยืดหยุ่น คุณสมบัติของน้ำมันอัลมอนด์ที่มีประโยชน์ต่อผิว ได้แก่:

  • การบำรุงด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์: น้ำมันอัลมอนด์อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดโอเลอิก และกรดไขมันอิ่มตัว เช่น กรดสเตียริก ซึ่งช่วยให้ผิวนุ่มนวลและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
  • วิตามิน E: น้ำมันอัลมอนด์มีวิตามิน E สูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสี UV และช่วยในการซ่อมแซมผิว
  • คุณสมบัติในการเก็บกักความชื้น: น้ำมันอัลมอนด์ช่วยให้ผิวรักษาความชุ่มชื้นได้ดี ลดการสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวดูเต่งตึงและมีสุขภาพดี
  • เหมาะสำหรับทุกประเภทผิว: น้ำมันอัลมอนด์มีความอ่อนโยนและเหมาะสำหรับผิวทุกประเภท รวมถึงผิวที่แพ้ง่ายหรือผิวแห้ง

การใช้น้ำมันอัลมอนด์บนผิวสามารถช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ น้ำมันอัลมอนด์มักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ครีมบำรุงผิว, น้ำมันนวด, และส่วนผสมในมาสก์หน้า เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและความเงางามให้กับผิว


10. ขมิ้นชัน (Turmeric) ตัวช่วยทําให้ผิวสดใสและรักษาผิว

10. ขมิ้นชัน (Turmeric) ตัวช่วยทําให้ผิวสดใสและรักษาผิว

ขมิ้นชัน ผงเครื่องเทศสีเหลืองเข้มที่ใช้ปรุงอาหาร มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย มีฤทธิ์ต้านอักเสบและรักษาแผลได้ดี ทําให้ผิวสดใสและเปล่งปลั่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดรอยแผลเป็นและการบวม ปรับปรุงลักษณะทั่วไปของผิว ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของมันช่วยฟื้นฟูผิว ทําให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น คุณสมบัติของขมิ้นชันที่มีประโยชน์ต่อผิว ได้แก่

  • คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ: ขมิ้นชันมีสาร curcumin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะ
  • ลดการอักเสบและการแพ้: สาร curcumin ในขมิ้นชันมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการแดงและอักเสบของผิว
  • ปรับสภาพสีผิว: ขมิ้นชันช่วยในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำและรอยแผลเป็น
  • คุณสมบัติฆ่าเชื้อ: ช่วยในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและการติดเชื้อที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการรักษาสิว

การใช้ขมิ้นชันบนผิวหน้าสามารถทำให้ผิวดูสดใสขึ้น และช่วยลดปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวหมองคล้ำ, สิว, และรอยแผลเป็น ขมิ้นชันมักถูกใช้เป็นส่วนผสมในมาสก์หน้าหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำจากธรรมชาติ เพื่อปรับปรุงสภาพผิวและให้ผิวมีสุขภาพดี


ประโยชน์ของ สารสกัดจากธรรมชาติ เหล่านี้ช่วยดูแลผิวอย่างอ่อนโยน และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นว่านหางจระเข้, น้ํามันมะพร้าว, ชาเขียว, น้ําผึ้ง, อะโวกาโด้, โอ๊ตมีล, น้ํามันมะกอก,เชียร์บัตเตอร์, น้ํามันอัลมอนด์ และขมิ้นชัน แต่ละส่วนผสมมอบประโยชน์เฉพาะตัว ตั้งแต่การบํารุงผิวอย่างเข้มข้นจนถึงสรรพคุณต้านอักเสบ โดยอุดมไปด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่จําเป็น ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบธรรมชาติและไม่พึ่งสารเคมี


คําถามที่พบบ่อย

1. ใช้ส่วนผสมธรรมชาติสามารถแทนผลิตภัณฑ์บํารุงผิวประจําวันได้ไหม

ส่วนผสมธรรมชาติสามารถเป็นทางเลือกหรือทางเลือกใหม่ที่ดีสําหรับผลิตภัณฑ์บํารุงผิวประจําวัน โดยเฉพาะหากคุณกําลังมองหาตัวเลือกที่อ่อนโยนกว่า อย่างไรก็ตาม สําคัญที่จะต้องเลือกส่วนผสมที่เหมาะกับปัญหาผิวเฉพาะของคุณ

2. ส่วนผสมธรรมชาติ มีผลข้างเคียงหรือไม่

แม้ว่าส่วนผสมธรรมชาติจะอ่อนโยนกว่าแต่ก็ยังมีโอกาสเกิดการแพ้ได้ ขอแนะนําให้ทําการทดสอบบนผิวก่อนใช้ส่วนผสมใหม่

3. ฉันสามารถเพิ่มส่วนผสมธรรมชาติเข้ามาในกระบวนการบํารุงผิวของฉันได้อย่างไร

คุณสามารถเริ่มต้นโดยใช้ส่วนผสมเหล่านี้บนผิวได้เลย หรือมองหาผลิตภัณฑ์บํารุงผิวที่ระบุส่วนผสมเหล่านี้เป็นส่วนประกอบหลัก ตัวอย่างเช่น เลือกครีมบํารุงผิวที่มีเชียร์บัตเตอร์ หรือมาสก์หน้าที่มีขมิ้นชัน

4. หากฉันมีผิวที่แพ้ง่ายฉันสามารถใช้ส่วนผสมเหล่านี้ได้หรือไม่

ส่วนผสมธรรมชาติหลายอย่าง เช่น โอ๊ตมีลและน้ํามันอัลมอนด์เหมาะสําหรับผิวแพ้ง่าย อย่างไรก็ตามควรทดสอบปริมาณเล็กๆ บนผิวก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการระคายเคือง


อ้างอิง: